Vincent's profileDaVince: Journey of the ...PhotosBlogListsMore Tools Help
Photo 1 of 11
May 04

บทความของ จอร์จ คอลลิน

ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง
เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง
เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง
เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น
เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า
แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น.....
เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง
เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง
เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง
ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2 คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น……จากนี้ไป……ขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ
เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ ……โอกาสที่พิเศษสุด……แล้ว
จงแสวงหา การหยั่งรู้
จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความ…..อยาก

จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น…….

กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป
ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด
เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย
น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้

เอาคำพูดที่ว่า…….สักวันหนึ่ง……..ออกไปเสียจากพจนานุกรม
บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน
อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น
ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกเราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง

…..และเวลานี้….
นาที มีความหมาย

April 02

!! คลิป "หลุด" เฉิน กวน ซี อันใหม่ล่าสุด !!

คลิปหลุด ของ เฉิน กวน ซี อันใหม่ล่าสุด ไม่เชื่อเข้าไปดูได้เลย คลิกที่นี่

January 16

ทางเทวา

     To mistake ทางเทวา/เทวาวาด (Angel's Drawn) for merely another pastime novel would be to do the book no justice : it is more. This novel, written by KaewKow, aims not only to provide pleasure but to serve as a recreational medium by which teens could learn Bhuddism's values.

    Psychologists have defined various by ways which human can learn : one of them is through examples. It is generally know that Bhuddism is about causes and effects. However, instead of simply stating the course and its effects, KeawKow has chosen to demonstate the idea to us through series of events in chronological order : readers have chances to derive ideas and come to the conclusion by themselves, just like one of Bhudda's proverbs, "Do not believe it is true because someone said it to be true."

     Readers do not feel alienated by the novel as our story evolves around a character so ordinary, Dr. Sakan Kokkradarn, we could easily imagine him living here and now. If that is not enough, KaewKow has playfully borrowed the status point concept, existed in many nowadays games, and introduces in this book her interpretation- - the merit score which was devided into 4 categories : looks, knowledge, inheritance, and spouse. Merit points which was collected via merit makings are then distributed among these 4 categories which roughly shape the protagonist's life after being reborned. (Anyone is playing Ragnarok Online!?!)

     But what good is a story about Bhuddism's value, were there no one to read it? With such realizations in mind, KaewKow spices the book up with the general love story so loved by Thais, a little bit fantasy and comedy as we get to witness friendly querrels among the gods, and let's not forget about that cool computers in heaven! Even sci-fi audiences were not forgotten.

     All in all, ทางเทวา can easily passed for an innovation in text book industry. And hopefully, future textbooks can apply something from this such that they can be both educational and fun.
   


January 07

TAG!!!

     วันนี้ ขณะที่กำลังสาปแช่งโชคชะตาของตัวเอง ที่ต้องเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศในวันหยุด (เงียบเหงา คนเดียว ในซอกแคบๆ ของกล่องสีเทาๆ ที่ชื่อว่าบริษัท อิมเมจิแมกซ์ พิมพิ์คีย์บอรด์ แต๊ก แต๊ก แต๊ก... ประกอบเพลงแจ๊สที่โอดกาเหว่าได้เร้าอารมณ์มาก) เราก็โดน "แปะ" ข้ามน้ำข้ามประเทศ จากป้าต๋าที่เคารพรัก (http://caci.exteen.com/category-Untitled)
 
    ไอ้ที่ว่า "แปะ" นี่มันคืออะไรหน่ะเหรอ ป้าต๋าเค้าได้ให้คำจำกัดความไว้ ดังนี้
 
"การ blog tag หรือ การแปะ ก็เหมือนการเล่นวิ่งไล่จับ ที่ถ้าเราถูกแปะแล้วต้องไปแปะคนอื่นต่อ โดยคนที่โดนแปะจะต้องทำการเขียนเรื่องราวของตัวเองที่คิดว่าไม่ค่อยมีคนรู้ 5 เรื่องลงในบล็อคของตัวเอง แล้วค่อยไปแปะคนอื่นต่อไปอีก 5 คน (จดหมายลูกโซ่ชัดๆ) ให้เขียนต่อ โชคยังดี ที่คนที่เคยโดนแปะไปแล้วไม่สามารถโดนแปะซ้ำซ้อนได้ ไม่งั้นคงเล่นกันเป็นวงกลมแน่ๆ"
 
ว่าแล้วก็เข้าเรื่องลับๆ(ล่อๆ)ของเราที่ไม่ค่อยมีใครรู้ 5 เรื่องกันเลยดีไหม?
  1.  เราเป็นคนที่ไม่เก่งเลขเอาซะเลย ตอนสมัยเรียนที่เซนต์โยเนี่ยเกรดก็ตกๆหล่นๆประจำ ที่เข้าสายวิทย์มาได้เนี่ย เข้ามาได้ด้วยคะแนนภาษาอังกฤษล้วนๆ (ขอย้ำ ล้วนๆ) ที่เกรดถึงเข้าได้ก็เพราะคะแนนอังกฤษช่วยดึง ที่คะแนนสอบเข้าผ่านมา ก็เพราะได้คะแนนสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่อาจารย์ประกาศเป็นโบนัสดึงไว้ ดังนั้นพอเข้ามหาลัยเนี่ย คำแรกที่อาจารย์ถามตอนสอบสัมภาษณ์คือ "คะแนนเลขไม่ดีเลยนะ เรียนวิทยา-คอม จะไหวเหรอ" (อะไรประมาณนี้แหล่ะ ก็เค้าสัมภาษณ์เป็นภาษาปะกิตนี่นา) แล้วก็โดนจับยัดเรียนเลขพื้นฐานไปตามระเบียบ (เพื่อนๆที่มหาลัย ถ้าไม่เคยเรียนร่วมห้องกันมา ไม่มีใครเชื่อสักราย) เกร็ดเล็กๆสำหรับหลายๆคนนะ เลขคือการขยันหมั่นทำแบบฝึกหัด เรามาขยันแบบบ้าคลั่งเอาตอนเรียนมหาลัยนี่แหล่ะ (เสียดายนิดๆ ว่าตอนสมัยก่อนทำไมไม่ตั้งใจเรียนให้มากกว่านี้)
  2. เราบ้าเครื่องเขียน ปากกาที่ชอบคือปากกาหมึกซึม (ที่พอเข้ามหาลัยก็ไม่ได้ใช้ เพราะจดไม่ทัน) ถ้าสามารถจริงๆ อยากจะลองงัดขนนกมาจิ้มหมึกเขียนดูสักที เครื่องเขียนต้องเป็นโลหะ จับเย็นๆ ยิ่งหนักยิ่งชอบ (สวนกระแสดีไหม) พอเจอกระดาษเขียนจดหมายหรือสมุดโน๊ตเจ๋งๆ เป็นอดใจไม่ได้สักที ต้องคว้ามาซักชิ้นสองชิ้น จนถึงตอนนี้มีกระดาษเขียนจดหมายกะสมุดเก็บไว้เต็มตู้ แต่ไม่มีโอกาสได้เขียนส่งให้ใคร อยากมี penpal มากๆ เขียนจดหมายส่งถึงกัน ยิ่งถ้าสามารถหาครั่งมาลนไฟปิดผนึกจดหมายได้นะ จะสุดยอดมากๆเลย (กะลังหาอยู่ ทั้งเพื่อน ทั้งครั่ง และแหวนมาประทับตราจดหมาย เอาแหวนแบบ Mat ใน The Wheel of time เลยนะ)
  3. เราไม่ใช่ ทอม !!! ขอย้ำว่าไม่ใช่ ไม่ว่าจะหล่อ จะเท่ จะแมน จะโหด (ในสายตาเพื่อนร่วมก๊วนเล่นแบด) ขนาดไหนก็ตาม เราเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆนี่แหล่ะ
  4. เราบ้านิยายของพันนิดา ภูมิวัฒน์มากๆ ใครที่เรารู้ว่าเป็นนักอ่านเหมือนกัน มักจะโดนยัดเยียดให้อ่านของคนนี้อย่างน้อยสักเรื่องสองเรื่อง ที่บ้าของคนนี้เป็นพิเศษเพราะเค้าเป็นคนไทยที่เขียนงานได้ระดับอินเตอร์จริงๆ ภาษาสวยในแบบเรียบๆ เนื้อหาแน่น ข้อคิดเยอะ (ถ้าอยากอ่านของฝรั่ง ขอแนะนำ Patricia A. Mckillips, Robert Jordan, และ Peter S. Beagle)
  5.  เราเป็นคนใจร้อน และขี้โมโหมากๆเลยหล่ะ (เด็กเกของแท้)

และผู้โชคดี 5 คนต่อไปก้อคือออออออออ (แต่น แตน แต้น)

สู้ต่อไป ไอ้มดแดงทั้ง 5!!!

December 31

เลี้ยงส่งเส

     หลังจากชิ่งงานรวมกลุ่มมานาน จนเพื่อนๆแทบจะลืมไปแล้ว ว่ามีคนชื่อ ดา อยู่ในกลุ่มด้วย ในที่สุด วันนี้เราก็สามารถจะโผล่หน้าไปเฮ้วๆกะเพื่อนๆได้เป็นผลสำเร็จ (พ่อบ่นตามเคยแต่ลูกสาวเบี้ยวเพื่อนมาร่วมสิบงานแล้ว เลยโดนไม่มากเท่าไหร่)

     เป้าหมายในวันนี้ของกลุ่มสาวกนายปุ๊น คือ ร้านอาหารชื่อบ้านน้ำเคียงดิน ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเส้นไฮโซสุดที่ชื่อว่า ถนนอักษะ อาหารร้านนี้เน้นทั้งไทยและเทศ ถ้าอาหารต่างประเทศจะเป็นอาหารเยอรมัน หากใครสนใจทาน ขอแนะนำว่ามันบด กับ ขาหมูทอดอร่อยมาก (คุ้นๆว่าเนื้อม้วนก็อร่อย แต่เนื่องด้วยไม่มีคนทานเนื้อวัวเป็นเพื่อน เลยไม่มีสิทธิ์สั่งตามระเบียบ แอบเซ็งนะเนี่ย) บรรยากาศร้านก็ดี เหมือนอยู่เมืองนอกนิดๆ (จริงๆแล้วก็แค่นอกเมือง) โดยเฉพาะหน้าหนาวอย่างนี้ เราไม่ได้ถ่ายภาพอาหารมาให้ดู (ถ่ายไม่ทัน คนทานโต๊ะนี้น่ากลัวจิงๆ)

    เสจะไปเรียนต่อแล้ว ขอให้โชคดีนะเพื่อน

December 29

ทดสอบกล้องมือถือ sony k790i

วันนี้ อยู่ดีๆ พระบิดาก็ชวนไปวิ่ง
เอ้า วิ่งก็วิ่ง เผื่อจะวิ่งทันพี่แน๊ทขี้นมาบ้าง ว่าแล้วเราก็วิ่งรอบบ้าน เก็บข้าวของ เตรียมตัว
 

สิ่งที่ลืมไม่ได้

  1. ไอพอด นาโน กับพิธีกรคู่ใจ คุณ สตีฟ กิฟสัน และ คุณ ลีโอ ลาโพเต้ แห่งรายการ Security Now! ทำไมเค้าช่างเป็นคนที่รักในงานที่ทำได้อย่างนี้นะ เคยฟังที่เค้าพูดว่า ไม่รู้จะมีวันหยุดไปทำไม เพราะหยุดแล้วเค้าก็ยังคิดถึงแต่งานอยู่ดี (ว่าถ้าเกิดเค้าเข้าไซต์มาจริงๆ เค้าจะสามารถทำงานเพิ่มได้อีกตั้งหลายอย่าง) ฟังแล้วน่าอิจฉาจริงๆ ที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แล้วได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบทุกๆวัน เราก็พยายามจะหาสิ่งที่ตัวเองชอบอยู่ จะได้ไปเรียนต่อสักที (ตอนนี้ในไอพอดเลยไม่ค่อยมีเพลงเลย เพราะฟังแต่พอดคาส) Security Now เป็นหนึ่งในรายการที่เราชอบฟังมากๆ แต่ดั้นฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง เราก็รู้หล่ะว่าภาษาอังกฤษยังไม่เก่ง ถ้าไม่ตั้งใจทุ่มฟังจริงๆ ก็หลุดเลย ไม่รู้เลยว่าเค้าพูดอะไรไปแล้วมั่ง อยากเก่งได้อย่างพี่ไกด์เหมือนกัน ที่ว่านั่งทำงานคอม เพื่อนนั่งข้างๆดูหนัง แต่เพื่อนถามเรื่องหนังแล้วตอบได้หมดเลย ว่ามีอะไรเกิดขึ้น จะมีไหมน้าวันนั้น?
  2. มือถือ อย่างน้อยว่าเราก็ไม่คลาดกับที่บ้าน ทำใจแล้วหล่ะ ว่าวิ่งตามพ่อไม่ทันหรอก พกไว้อย่างน้อยก็อุ่นใจ ว่าหากันเจอชัวร์

ก็อย่างที่บอกว่าตั้งใจไปวิ่ง ใช่มะๆ

ทว่า.......

พอไปถึงแล้วอากาศมันดันเย็นพอดีๆอ่ะดิ แล้วแดดก็สวย แล้วเรือก็จอดเต็ม

จากวิ่งเลยได้ลองกล้องมือถือแทนซะงั้น  

(ดูๆสีมันค่อนข้างซืดนะ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเราตั้งโหมดถ่ายผิดหรือเปล่า) ยังไงก็ลองท้ศนาดูแล้วกัน

 
December 12

ปริญญาตามสัญญาจ้า

ไม่ได้อัพภาพให้ตั้งนาน ขอโต๊ดจ้านู๋โร